Skip to content

[City Overview : เมืองนครนครศรีธรรมราช] จากนครโบราณสู่ศูนย์กลางประวัติศาสตร์—สมาร์ทซิตี้ เทศบาลนครนครศรีธรรมราช

ลิกอร์ โลเค็ก ละคอน ตามพรลิงค์ พระเวียง ตั้งมาหลิ่ง เชีะโท้ ฯลฯนามเหล่านี้ปรากฏอยู่ในเอกสารและหลักฐานทางประวัติศาสตร์มากมาย ในฐานะชื่อเรียกดินแดนในแหลมมลายูที่มีที่ตั้งแห่งเดียวกันดินแดนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายร้อยปีก่อนการก่อตั้งราชธานีแห่งแรกของไทย นครศรีธรรมราชด้วยชัยภูมิที่อยู่บนคาบสมุทรมลายูฝั่งอ่าวไทย อาณาจักรตามพรลิงค์หนึ่งในชื่อดั้งเดิมของเมืองนครศรีธรรมราช ที่ถูกเรียกขานมาตั้งแต่สมัยก่อนพุทธศตวรรษที่ 7 จึงเป็นจุดศูนย์กลางของการเดินเรือและการค้าระหว่างอินเดีย จีน และหมู่เกาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อกว่าหนึ่งพันปีที่แล้วสิ่งนี้ไม่เพียงนํามาด้วยความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ หากยังทําให้ดินแดนแห่งนี้กลายมาเป็นเบ้าหลอมทางศิลปวัฒนธรรมจากผู้คนหลากเชื้อชาติ รวมถึงการเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนานิกายเถรวาท ผ่านการสถาปนาวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ที่กลายมาเป็นศูนย์รวมความศรัทธาของผู้คนภาคใต้ในปัจจุบันต้นทุนอันรุ่มรวยจากประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 1,500 ปี มีบทบาทสําคัญที่ทําให้ เมืองนครในโลกสมัยใหม่กลายมาเป็นหัวเมืองหลักของภาคใต้ของไทย ทั้งการเป็นศูนย์กลาง เศรษฐกิจ การศึกษา และการคมนาคม ขณะเดียวกัน เมืองแห่งนี้ยังเป็นจุดหมายสําคัญของการท่องเที่ยวสายความเชื่อ-ความศรัทธา ผ่านวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ในอําเภอเมือง รวมถึงวัดสุชน (ท้าวเวสสุวรรณ) และวัดเจดีย์ (ไอ้ไข่) ในอําเภอสิชล ตั้งอยู่ ณ พื้นที่ใจกลางอาณาจักรโบราณในอดีต เทศบาลนครนครศรีธรรมราชปัจจุบันครอบคลุมพื้นที่ 22.56 ตารางกิโลเมตร บนถนน 3 สายหลัก (ราชดําเนิน, พัฒนาการคูขวาง และเทิดพระเกียรติ) ที่ พาดผ่านเมืองในระยะทางกว่า 13 กิโลเมตร อันเรียงรายไปด้วยสถาบันการศึกษา โรงพยาบาล ศาสนสถาน โบราณสถาน พิพิธภัณฑ์ ย่านการค้า สวนสาธารณะ และบ้านเรือนของผู้คนกว่า 110,000 คนและด้วยสถานะของการเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการศึกษาระดับภูมิภาค เมืองนครจึงดึงดูดผู้คนจากภูมิภาคต่าง ๆ ให้เข้ามาพํานักอาศัย จนกลายเป็นเทศบาลนครที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ของภาคใต้ รวมถึงติดอันดับ 1 ใน 10 ของประเทศท่ามกลางความท้าทายในการรักษาสมดุลระหว่าง เมืองเก่ากับ เมืองใหม่หรือ เมืองน่าอยู่กับ เมืองน่ามาเยือนเทศบาลนครนครศรีธรรมราชได้เลือกเดินหน้าสู่การพัฒนาในกรอบ เมืองอัจฉริยะ” (Smart City) ตั้งแต่ปี 2564 ด้วยการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสําคัญในการจัดการปัญหาเมือง และกําหนดทิศทางการเติบโตในระยะยาว จนได้รับรางวัล เมืองบริหารจัดการอย่างชาญฉลาดจากเวทีระดับโลกอย่าง World Smart City Expo 2023 (WSCE2023) เมื่อปี 2566 ซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งเดียวในประเทศที่ได้รางวัลนี้ และกลายมาเป็นเมืองต้นแบบสมาร์ทซิตี้ที่อปท. จากทั่วประเทศต้องมาศึกษาดูงานจนถึงปัจจุบัน

แชร์