Skip to content

[WeCitizens City Overview] ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมในนครแห่งความสุข แทศบาลนครเชียงราย

WeCitizens City Overview
ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมในนครแห่งความสุข แทศบาลนครเชียงราย

ในปี 2568 เทศบาลนครเชียงราย จะมีอายุครบ 90 ปี นับตั้งแต่กระทรวงมหาดไทยจัดตั้ง “เทศบาลเมืองเชียงราย” ณ ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัดที่อยู่เหนือสุดในประเทศเมื่อปี 2478

ตลอดระยะเวลาที่ยาวนานกว่าอายุเฉลี่ยของคนหนึ่งคนเล็กน้อย เชียงรายเปลี่ยนตัวเองจากเมืองเล็ก ๆ ที่ห่างไกลความเจริญ สู่เมืองยุทธศาสตร์สำคัญในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ศูนย์กลางเกษตรกรรม และแม่เหล็กทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยว นั่นทำให้เมืองแห่งนี้ครบพร้อมทั้งสาธารณูปโภค การคมนาคมขนส่ง การศึกษา และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

หลายคนอาจรู้จักเชียงรายจาก วัดร่องขุ่น ดอยตุง แหล่งปลูกผลไม้เมืองหนาวและชา-กาแฟ เมืองการค้าชายแดน ไปจนถึงเมืองแห่งศิลปะ อย่างไรก็ดี ในฐานะหน่วยงานปกครองท้องถิ่น ภาพที่เทศบาลนครเชียงรายอยากให้ติดตาผู้คน คือ การเป็น “เมืองน่าอยู่ นครแห่งความสุข”

บนพื้นที่ 60.85 ตารางกิโลเมตรที่ครอบคลุม 4 ตำบล 65 ชุมชน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่เพียงการยกระดับและ บริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน เทศบาลนครเชียงรายยังประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนทุกองคาพยพ ให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวอย่างเข้มข้น

ทั้งการขับเคลื่อนต้นแบบ “เมืองแห่งสิ่งแวดล้อม” จนได้รับรางวัลระดับนานาชาติ ** (ปี 2555) การประกาศวาระจังหวัดเป็น “เมืองเกษตรสีเขียวและอาหารปลอดภัย” (2558) การผลักค้นตัวเองให้เช้าเป็นสมาชิกเครือข่าย “มืองแห่งการเรียนรู้” ของยูเนสโกเป็นเทศบาลแรกของประเทศไทย(2562) การเป็น “เมืองอัจฉริยะ” ประเภทเมืองเดิมน่าอยู่ (2565) รวมถึงนโขบายล่าสุดอย่าง “Art Garden City : เมืองอุทยานศิลป์ (ริมน้ำ ภูเขา และกลางเมือง)” เพื่อเน้นย้ำอัตลักษณ์ของการเป็นเมืองสีเขียวและเมืองศิลปะ ไปพร้อมกัน

ด้วยทรัพยากรดั่งเดิมที่ครบพร้อม และความมุ่งมั่นของหน่วยงานท้องถิ่นในการพัฒนาเมือง จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ในปี 2567 ที่ผ่านมา เชียงรายจะเป็นหนึ่งใน 10 จังหวัดที่ทำรายได้จากการท่องเที่ยวสูงสุดในประเทศ (49,420 ล้านบาท-ข้อมูลจากกรมการท่องเที่ยว) และได้รับการยอมรับจากทั้งผู้มาเตือนและคนในเมืองว่าเป็นหนึ่งใน “เมืองน่าอยู่” ลำดับต้น ๆ ของประเทศ

ถึงกระนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าที่ผ่านมาเชียงรายก็พบกับความท้าทายค้านสิ่งแวดล้อมหลายประการ ที่เป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาเมือง ทั้งปัญหาหมอกควันประจำปี อุทกภัย หรือล่าสุดในเดือนมิถุนายน 2568 กับมลภาวะในลำน้ำน้ำกกที่มา จากการทำเหมืองในรัฐเพื่อนบ้าน

นั่นล่ะ เมืองจะน่าอยู่ได้อย่างไรหากยังต้องเผชิญหมอกควันหรือมลภาวะทางน้ำ เพราะสิ่งนี้ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว และการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของผู้คนในเมือง

จริงอยู่ที่ปัญหาที่ว่าอาจมีขนาดที่ใหญ่กว่าศักยภาพของเทศบาล หรือกระทั่งหน่วยงานระดับจังหวัดในการรับมือได้เพียงลำพัง หากเทศบาลนครเชียงรายก็หาได้นิ่งนอนใจ โดยได้สร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ในการบรรเทาปัญหา และหนึ่งในนั้นคือการจับมือกับ บพท. ร่วมวิชัยในโครงการเมืองน่าอยู่ที่ชาญฉลาด โดยกลับไปยกระดับหนึ่งในต้นทุนดั้งเดิมของเมืองอย่าง “ภาคการเกษตร” สู่การขับเคลื่อน “เมืองนวัตกรรมเกษตรกรรม”

เมืองนวัตกรรมเกษตรกรรม เกี่ยวพันอย่างไรกับการรับมือปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม WeCitizens ฉบับเทศบาลนครเชียงราย ชวนผู้อ่านไปหาคำตอบ รวมถึงติดตามเส้นทางของมันในการยกระดับให้เป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจ และฟันเฟืองในการขับเคลื่อนเชียงรายให้เป็น “เมืองน่าอยู่ นครแห่งความสุข” ตามเป้าหมายหลักของเทศบาลแห่งนี้

Note : **รางวัลระดับนานาชาติด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม Zhangzhou International Awards for Urban Innovation 2012 จากเมืองจางโจว ประเทศจีน

แชร์