[The Mayor] เทศบาลนครนครศรีธรรมราช “นคร 48 ชั่วโมง นครศรีธรรมราชกับภารกิจเมืองอัจฉริยะ” ดร.กณพ เกตุชาติ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช

เราเคยคุยกันว่าเทคโนโลยีควรเป็นแบบไหน ซึ่งหลายเมืองเคยทดลองใช้แอปฯ หลากหลาย แต่พอใช้งานยาก ซับซ้อน ชาวบ้านโหลดมาก็ลบ เพราะใช้ไม่เป็นหัวใจของการเลือกเทคโนโลยีที่ ฉลาดคือ ต้องตอบโจทย์คนใช้งานจริง ลงทุนน้อยแต่ได้ผลสูงเพราะชาวบ้านใช้กันอยู่แล้ว ไม่ต้องเรียนรู้อะไรใหม่ เราไม่ได้เริ่มจากเทคโนโลยี แต่เริ่มจาก ความต้องการของชาวบ้านแล้วค่อยหาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์นั้นให้ได้จริงเมื่อเข้าไปใน LINE OA @Nakhoncity จะมีเมนูให้เลือกใช้งาน เช่น จองคิวทําธุรกรรมกับเทศบาลฯ ดูสถานะนํ้าจากกล้อง CCTV แบบเรียลไทม์ พร้อมระบบแจ้งเตือนเมื่อระดับนํ้าถึงจุดวิกฤติ อีกฟังก์ชันคือรับเรื่องร้องเรียน ระบบจะคัดกรองและส่งต่อไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น ไฟทางดับ ระบบจะส่งเรื่องถึงทีมช่าง แก้ไขแล้วถ่ายรูปส่งกลับภายใน 48 ชั่วโมงหลังรับเรื่องถ้าเป็นเรื่องใหญ่ ๆ อย่างเช่นถ้ามีอาคารเสียหายหนัก และจําเป็นต้องรองบประมาณมาซ่อมแซม เราก็จะแจ้งเหตุผลไป แต่ถ้าพวกขยะ ไฟฟ้า นํ้าไม่ไหล ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ อันนี้เราทําได้ทันทีภายใน 48 ชั่วโมง

นี่คือเหตุผลว่าทําไมคนในเขตเทศบาลฯ ถึงใช้แอปฯ กันเกิน 80% ของประชากรทั้งหมด ยกเว้นแค่เด็กเล็กที่ยังใช้มือถือไม่ได้ ซึ่งสถิตินี้ ถ้าเทียบกับเมืองอื่น ๆ ที่เขาใช้กันแค่ 20% ก็ถือว่าเรามาถูกทางแล้ว

[The Mayor] วันชัย จงสุทธานามณี เทศบาลนครเชียงราย

The Mayor : วันชัย จงสุทธานามณี
เทศบาลนครเชียงราย

“ถามว่าเชียงรายน่าอยู่อย่างไร คำตอบมีเยอะมากครับ
แต่สำหรับผม เชียงรายที่น่าอยู่ คือเมืองที่เปิดโอกาสให้ทุกคน
ได้เรียนรู้ เติบโด และใช้ศักยภาพของตัวเองสร้างชีวิตที่ดีขึ้น”

[เชียงรายในช่วงขวบปีแรก ๆ ที่นายกฯ เข้ามาดำรงตำแหน่ง กับปัจจุบัน มีความแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน?]

หากย้อนกลับไปเมื่อประมาณปี 2530 เชียงรายยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน จากเมืองที่เคยมีพื้นที่สีชมพู และได้รับผลกระทบทางอ้อมจากปัญหายาเสพติดจากสามเหลือมทองคำ สมเด็จพระศร็นครินทราบรมราชชนนี้ ท่านทรงมีความ เมตตาริเริ่มโครงการพัฒนาคอยดุงในช่วงปลายทศวรรม 2520 เริ่มมีการรณรงค์ปลูกพืชทดแทนการปลูกฝีปลูกฝิ่น และผมยัง จำได้ดีว่าเชียงรายเพิ่งมีสถานีโทรทัศน์ ที่ช่วยในการสื่อสารความเป็นเมืองของเราได้มาก…

เวลาพูดถึงเชียงราย ทุกคนจะนึกถึงการท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรม หรือธรรมชาติ ใช่ไหมครับ แต่จริง ๆ แล้ว หนึ่งในปัจจัยด้านเศรษฐกิจของเมืองเรายังมีการทำเกษตรกรรมอยู่ ที่ผ่านมา เทศบาลฯ ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรในเขตเทศบาลฯ ปลูกพืชผักปลอดภัย มาส่งขายให้เรา เพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบประกอบอาหารให้เด็ก ๆ ในโรงเรียน ขณะเดียวกัน เราก็มีพื้นที่จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แหล่านี้ รวมถึงเชื่อมช่องทางการจัดจำหน่ายให้พี่น้องเกษตรกรกรเหล่านี้ด้วย

พอเราลงเสาหลักด้านอาหารปลอดภัยได้แล้ว ก็คิดว่าเราจะทำยังไงให้แนวคิดนี้ขยายออกไป รวมถึงทำอย่างไรให้เราสามารถนำนวัตกรรมใหม่ ๆ มาสร้างมูลค่าเพิ่มทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพให้แก่ผลิตภัณฑ์ได้อีก จึงนำมาสู่ความร่วมมือกับ บพท. และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จนเกิดเป็นแผนการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ขึ้น…”

[City Issue] บทเรียนความสําเร็จเมืองน่าอยู่ที่ชาญฉลาด เทศบาลนครนครศรีธรรมราช

แม้การใช้แอปพลิเคชัน LINE OA จะไม่ใช่เรื่องใหม่สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ แต่สิ่งที่ทําให้เทศบาลนครนครศรีธรรมราชโดดเด่นในฐานะต้นแบบเมืองอัจฉริยะระดับประเทศ ไม่ใช่แค่การมี @Nakhoncity เท่านั้น หากคือการใช้เครื่องมือนี้เชื่อมโยงเจ้าหน้าที่กับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมการันตีการตอบสนองทุกข้อร้องเรียนภายใน 48 ชั่วโมงไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กอย่างนํ้าไม่ไหล ไฟดับ ท่อตัน หรือเรื่องใหญ่อย่างถนนชํารุดและภัยพิบัติ แอปฯ นี้คือช่องทางที่ประชาชนแจ้งปัญหาได้สะดวกรวดเร็ว และเทศบาลฯ ก็สามารถจัดการได้แทบจะทันทีหากไม่ใช่กรณีโครงสร้างใหญ่ที่ต้องใช้เวลา ทุกเรื่องจะได้รับการแก้ไขทันที หรืออย่างนานที่สุดคือภายใน 2 วัน ภายใต้การนําของ ดร.กณพ เกตุชาติ นายกเทศมนตรี เทศบาลฯ ได้ผลักดันนโยบายเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ตั้งแต่ปี 2564 โดยมี LINE OA เป็นหนึ่งในเครื่องมือหลัก ร่วมกับระบบตรวจวัดระดับนํ้าแบบเรียลไทม์ทั่วเมือง เสริมการเฝ้าระวังนํ้าท่วมขัง และการเข้าถึงกล้อง CCTV สาธารณะ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน จากนโยบายที่นําเทคโนโลยีมาใช้จริง เทศบาลฯ ได้รับรางวัลมากมาย ทั้งในระดับประเทศและ นานาชาติ เช่น รางวัล Smart Governance และ Living Smart จาก depa (สํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล) และรางวัล Best Partnership Award จากเวที World Smart City Expo 2023 ที่เกาหลีใต้ ซึ่งเป็นอปท. แห่งเดียวในไทยที่ได้รับรางวัลระดับโลกนี้ความสําเร็จนี้ได้นําไปสู่โครงการวิจัยของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับ บพท. ภายใต้หัวข้อ ถอดบทเรียนความสําเร็จการขับเคลื่อนเมืองน่าอยู่ที่ชาญฉลาดไปสู่การปฏิบัติโดยศึกษาทั้งแนวคิดนโยบาย การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และกลไกการบริหารจัดการเมือง ผ่านการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพจากผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และประชาชน รวมถึงข้อมูลเชิงปริมาณจากแบบสอบถามออนไลน์หลายช่องทางผลการวิจัยจะถูกนําไปเผยแพร่ผ่านสื่อท้องถิ่น เว็บไซต์ งานเสวนา และกิจกรรมสาธารณะ เพื่อแบ่งปันแนวทางให้เมืองอื่น ๆ ที่มีศักยภาพสามารถนําไปปรับใช้ได้จริงทั้งนี้ โครงการฯ ยังสอดคล้องกับแนวคิด เมือง 3 สีโดยเน้น “Heritage City” เป็นแกนกลางผสานอดีตอันทรงคุณค่าเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างยั่งยืนเพราะที่สุดแล้ว เมืองน่าอยู่ที่ชาญฉลาดไม่ได้หมายถึงการมีเทคโนโลยีที่ลํ้าหน้า แต่คือความสามารถในการฟังและตอบสนองต่อเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง และโครงการวิจัยจาก บพท. ชิ้นนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือยืนยันว่าแม้จะเป็นเมืองเล็ก ๆ ในภูมิภาค ก็สามารถเป็นต้นแบบของเมืองน่าอยู่ที่ชาญฉลาดที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกได้เช่นกัน

[WeCitizens City Overview] ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมในนครแห่งความสุข แทศบาลนครเชียงราย

WeCitizens City Overview
ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมในนครแห่งความสุข แทศบาลนครเชียงราย

ในปี 2568 เทศบาลนครเชียงราย จะมีอายุครบ 90 ปี นับตั้งแต่กระทรวงมหาดไทยจัดตั้ง “เทศบาลเมืองเชียงราย” ณ ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัดที่อยู่เหนือสุดในประเทศเมื่อปี 2478

ตลอดระยะเวลาที่ยาวนานกว่าอายุเฉลี่ยของคนหนึ่งคนเล็กน้อย เชียงรายเปลี่ยนตัวเองจากเมืองเล็ก ๆ ที่ห่างไกลความเจริญ สู่เมืองยุทธศาสตร์สำคัญในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ศูนย์กลางเกษตรกรรม และแม่เหล็กทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยว นั่นทำให้เมืองแห่งนี้ครบพร้อมทั้งสาธารณูปโภค การคมนาคมขนส่ง การศึกษา และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

หลายคนอาจรู้จักเชียงรายจาก วัดร่องขุ่น ดอยตุง แหล่งปลูกผลไม้เมืองหนาวและชา-กาแฟ เมืองการค้าชายแดน ไปจนถึงเมืองแห่งศิลปะ อย่างไรก็ดี ในฐานะหน่วยงานปกครองท้องถิ่น ภาพที่เทศบาลนครเชียงรายอยากให้ติดตาผู้คน คือ การเป็น “เมืองน่าอยู่ นครแห่งความสุข”

บนพื้นที่ 60.85 ตารางกิโลเมตรที่ครอบคลุม 4 ตำบล 65 ชุมชน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่เพียงการยกระดับและ บริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน เทศบาลนครเชียงรายยังประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนทุกองคาพยพ ให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวอย่างเข้มข้น

ทั้งการขับเคลื่อนต้นแบบ “เมืองแห่งสิ่งแวดล้อม” จนได้รับรางวัลระดับนานาชาติ ** (ปี 2555) การประกาศวาระจังหวัดเป็น “เมืองเกษตรสีเขียวและอาหารปลอดภัย” (2558) การผลักค้นตัวเองให้เช้าเป็นสมาชิกเครือข่าย “มืองแห่งการเรียนรู้” ของยูเนสโกเป็นเทศบาลแรกของประเทศไทย(2562) การเป็น “เมืองอัจฉริยะ” ประเภทเมืองเดิมน่าอยู่ (2565) รวมถึงนโขบายล่าสุดอย่าง “Art Garden City : เมืองอุทยานศิลป์ (ริมน้ำ ภูเขา และกลางเมือง)” เพื่อเน้นย้ำอัตลักษณ์ของการเป็นเมืองสีเขียวและเมืองศิลปะ ไปพร้อมกัน

ด้วยทรัพยากรดั่งเดิมที่ครบพร้อม และความมุ่งมั่นของหน่วยงานท้องถิ่นในการพัฒนาเมือง จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ในปี 2567 ที่ผ่านมา เชียงรายจะเป็นหนึ่งใน 10 จังหวัดที่ทำรายได้จากการท่องเที่ยวสูงสุดในประเทศ (49,420 ล้านบาท-ข้อมูลจากกรมการท่องเที่ยว) และได้รับการยอมรับจากทั้งผู้มาเตือนและคนในเมืองว่าเป็นหนึ่งใน “เมืองน่าอยู่” ลำดับต้น ๆ ของประเทศ

ถึงกระนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าที่ผ่านมาเชียงรายก็พบกับความท้าทายค้านสิ่งแวดล้อมหลายประการ ที่เป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาเมือง ทั้งปัญหาหมอกควันประจำปี อุทกภัย หรือล่าสุดในเดือนมิถุนายน 2568 กับมลภาวะในลำน้ำน้ำกกที่มา จากการทำเหมืองในรัฐเพื่อนบ้าน

นั่นล่ะ เมืองจะน่าอยู่ได้อย่างไรหากยังต้องเผชิญหมอกควันหรือมลภาวะทางน้ำ เพราะสิ่งนี้ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว และการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของผู้คนในเมือง

จริงอยู่ที่ปัญหาที่ว่าอาจมีขนาดที่ใหญ่กว่าศักยภาพของเทศบาล หรือกระทั่งหน่วยงานระดับจังหวัดในการรับมือได้เพียงลำพัง หากเทศบาลนครเชียงรายก็หาได้นิ่งนอนใจ โดยได้สร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ในการบรรเทาปัญหา และหนึ่งในนั้นคือการจับมือกับ บพท. ร่วมวิชัยในโครงการเมืองน่าอยู่ที่ชาญฉลาด โดยกลับไปยกระดับหนึ่งในต้นทุนดั้งเดิมของเมืองอย่าง “ภาคการเกษตร” สู่การขับเคลื่อน “เมืองนวัตกรรมเกษตรกรรม”

เมืองนวัตกรรมเกษตรกรรม เกี่ยวพันอย่างไรกับการรับมือปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม WeCitizens ฉบับเทศบาลนครเชียงราย ชวนผู้อ่านไปหาคำตอบ รวมถึงติดตามเส้นทางของมันในการยกระดับให้เป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจ และฟันเฟืองในการขับเคลื่อนเชียงรายให้เป็น “เมืองน่าอยู่ นครแห่งความสุข” ตามเป้าหมายหลักของเทศบาลแห่งนี้

Note : **รางวัลระดับนานาชาติด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม Zhangzhou International Awards for Urban Innovation 2012 จากเมืองจางโจว ประเทศจีน

[WeCitizens City Issue] เมืองนวัตกรรมเกษตรกรรม เทศบาลนครเชียงราย

WeCitizens City Issue เชียงราย เมืองนวัตกรรมเกษตรกรรม เทศบาลนครเชียงราย

“เพราะการได้มาซึ่งอาหารปลอดภัย หมายถึงการมีระบบการเกษตรที่ปลอดภัย อันส่งผลโดยตรงต่อการส่งเสริมนิเวศสิ่งแวดล้อมของเมือง”

แม้จะเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อในด้านการท่องเที่ยวและการเป็นเมืองแห่งศิลปะ ทว่าหัวใจหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐ์ของจังหวัดเชียงรายยังคงยึดโยงอยู่กับกิจกรรมดั่งเติม นั่นคือ “เกษตรกรรม” จากผลไม้เมืองหนาว ชา กาแฟ ข้าว สู่ผักพื้นบ้าน สิ่งนี้ไม่เพียงหล่อเลี้ยงผู้คนทั้งในเมืองและอีกหลายส่วนของประเทศ หากยังสะท้อนภาพวิถีชีวิตของประชากรส่วนใหญ่ที่ดำรงชีพด้วยการเป็นเกษตรกร เพราะแม้กระทั่งในพื้นพื้นที่ศูนย์กลาง จังหวัดอย่างเทศบาลนครเชียงราย ที่นี่ก็ยังเต็ม ไปด้วยนาข้าวและเรือกสวนกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ภายได้แผนพัฒนาเทศบาลนครเชียงราย 256566 “เชียงรายเมืองน่าอยู่ นครแห่งความสุข” หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่เทศบาลฯ นำมาใช้บรรลุเป้าหมาย คือการยกระดับสู่ “เมืองแห่งการเรียนรู้” และนั้นเอง “ศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตร”จึงตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของสวนสาธารณะหาดนครเชียงราย ก็ถือเป็นรูปธรรมหนึ่งของการขับเคลื่อนเครื่องมือดังกล่าว ผ่านการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากของเมืองเทศบาลนครเชียงรายได้จับมือกับ บพท. และทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง นำโดย รศ. ดร.ระวิววรรณ์ เจริญทรัพย์ หัวหน้าศูนย์นวัดกรรมสมุนไพรครบวงจร ร่วมกันขับเคลื่อน โครงการการยกระดับสู่เมืองนวัดกรรมเกษตรกรรมเทศบาลนครเชียงรายเพื่อการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน เพื่อยกระดับศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรของเทศบาลฯ ด้วยนวัดกรรม และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตผล พร้อมหาแนวทางรับมือและบรรเทาปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ที่เป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญของการพัฒนาเมืองตลอดหลายปีที่ผ่านมา “เวลาพูดถึงนวัตกรรม เราอาจคิดถึงเทคโนโลยีหรือเครื่องไม้เครื่องมือสมัยใหม่ ซึ่งนั้นก็ส่วนหนึ่ง แต่สำหรับเทศบาลฯ เรามองว่าการสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องการทำการเกษตรที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดอ้อม และส่งผลบวกต่อสุขภาพของผู้บริโภค ก็เป็นเรื่องสำคัญ” วันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย กล่าว “ซึ่งการทำเกษตรปลอดภัยเพื่อให้ได้อาหารปลอดภัย คือเป้าหมายที่เรามอง เพราะมันไม่ใช่แค่ผลผลิต แต่หมายถึงการส่งเสริมนิเวศด้านสิ่งแวดล้อมของเมืองให้ยั่งยืน”

เริ่มต้นในเดือนตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา โครงการได้ทำการสำรวจ เเละรวบรวมข้อมูลผู้ผลิตวัตวัตถุดิบทางการเกษตร หารือกับเครือข่ายพี่น้องเกษตร และจัดตั้งโครงสร้างและกลไกระดับนโยบาย ในการดำเนินการกระบวนการเรียนรู้ด้านนวัตกรรมการเกษตร (Innovative Farmer Learning Center) ผ่านการปรับใช้เทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ (107) รวมถึงนวัตกรรมการแปรรูปผลผลิต เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านอุตสาหกรรมการเกษตร และที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือการได้มาซึ่งโมเดลทางธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise : SE) ตั้งแต่ต้นน้ำ (วัตถุดิบทางการเกษตร) สู่ปลายน้ำ (การจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัย) เพื่อสร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่เทศบาลนครเชียงราย

และนี่คือความเคลื่อนไหวบางส่วนในการขับเคลื่อนเชียงรายสู่เมืองแห่งการเรียนรู้ พร้อมไปกับการบรรเทาปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และการทำให้เชียงรายเป็น Green City เป็นเมืองน่าอยู่ และเป็นนครแห่งความสุขของผู้คนอย่างยั่งยืน

วัตถุประสงค์

  1. สำรวจข้อมูลประชากร รายได้ ความเป็นอยู่ พิกัดที่อยู่อาศัย และพื้นที่เป้าหมายในเขตเทศบาลนครเชียงราย รวมถึงการค้นหาผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อจัดทำรายงานข้อมูลสำหรับใช้ประกอบการวางแผนพัฒนาเมือง
  2. สำรวจข้อมูลด้านนวัดกรรมการเกษตร กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ ตลอดจนนักเรียนในสังกัดเทศบาล และนักเรียนมหาวิทยาลัยวัยที่สาม
  3. กำหนดทิศทางและเป้าหมายการส่งเสริมและยกระดับกระบวนการเรียนรู้ด้านนวัตกรรมการเกษตร ผ่าน ศูนย์การเรียนรู้เกษตรนวัตกรรม (Innovative Farmer Learning Center)
  4. พัฒนาศูนย์การเรียนรู้เกษตรนวัดกรรม ให้เป็นศูนย์กลางรวบรวมองค์ความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรในเขตเมือง
  5. ยกระดับความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคประชาชนในพื้นพื้นที่
  6. พัฒนาฐานข้อมูลเมืองเพื่อใช้ในการประเมินผลลัพธ์และติดตามผลการพัฒนาพื้นที่เป้าหมาย
  7. สร้างโมเดลธุรกิจเพื่อสังคม ตั้งแต่ต้นน้ำ (การผลิตวัตถุดิบ) ไปจนถึงปลายน้ำ (การจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัย) เพื่อเพิ่มรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

[The Researcher] จากสมาร์ทซิตี้ สู่ต้นแบบเมืองน่าอยู่ที่ชาญฉลาด และการถอดบทเรียนความสําเร็จเมืองนครศรีธรรมราช

การถอดบทเรียนความสําเร็จการขับเคลื่อนเมืองน่าอยู่ที่ชาญฉลาดไปสู่การปฏิบัติของเทศบาลนครนครศรีธรรมราช คือชื่อของงานวิจัยดังกล่าว ที่มีอาจารย์เอก–ผศ. ดร.พรพล ธรรมรงค์รัตน์ (หัวหน้าโครงการ) และอาจารย์จิตร–ผศ. ดร.กาญจน์นัฐฐา ไชยศรียา เป็นนักวิจัย

WeCitizens พูดคุยกับนักวิจัยและอาจารย์จากสำนักวิชาสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ถึงเบื้องหลังงานวิจัยดังกล่าว งานที่พวกเขาลงพื้นที่ไปพูดคุยกับตัวแทนชาวบ้านทั้ง 67 ชุมชน และเจ้าหน้าที่เทศบาลรวมมากกว่า 400 ชีวิต พร้อมแบบสอบถามอีก 300 ชุด เพื่อหาคำตอบว่าทำไมเมืองนครถึงเป็นต้นแบบสมาร์ทซิตี้ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

ทุกคนต่างชื่นชมแผนการจัดการแก้ปัญหาภายใน 48 ชั่วโมงผ่าน LINE OA ในมุมมองของอาจารย์นอกจากเรื่องนี้ เทศบาลฯ มีสิ่งใดที่ สอบผ่านพอจะเป็นต้นแบบให้เมืองอื่น ๆ ได้อีกบ้าง?

อาจารย์เอก : ผมว่าแผนสมาร์ทซิตี้ของเทศบาลฯ มันถูกบูรณาการร่วมกันใน LINE OA นี้หมด หลายคนจึงชื่นชม แต่ถ้าแยกย่อย ผมคิดว่าเรื่องการจัดการรับมือนํ้าท่วมผ่านกล้อง CCTV ที่มีมากถึง 155 จุดทั่วเมือง ก็สําคัญ คือก่อนหน้าที่นายกฯ โจ (ดร.กณพ เกตุชาติ) จะมาเป็นนายกเทศมนตรี เมืองเราเผชิญกับวิกฤตินํ้าท่วมขังมาตลอด เมืองนครเนี่ย พอถึงเดือนพฤศจิกายนทีไร เรารู้ล่ะว่าต้องปิดโรงเรียนทุกปีเพราะนํ้าขัง ส่วนตลาดเทศบาลก็ท่วมตลอด แต่พอมีกล้อง CCTV ที่สามารถเช็กระดับนํ้าอย่างทั่วถึง ทําให้หน่วยงานรับผิดชอบสามารถประเมินได้ว่าควรต้องเร่งระบายนํ้าจุดไหน ก่อนที่จะระบายไม่ทัน คือถ้าไม่นับรวมเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว (2567) ที่ฝนตกหนักหลายระลอกอย่างเป็นประวัติการณ์จนรับมือไม่ไหว ตลอดช่วงที่นายกฯ โจ ดํารงตําแหน่ง เมืองเรารับมือกับปัญหานี้ได้ดีตลอด

อาจารย์จิตร : เราว่าอีกเรื่องคือการจัดการขยะ มันอาจไม่ได้อยู่ในกรอบสมาร์ทซิตี้โดยตรงเสียทีเดียวแต่เทศบาลฯ ได้ออกแบบการจัดการใหม่ โดยไม่วางถังขยะไว้ตามถนน และปรับมาเป็นการจัดเก็บตามเวลาตามจุดต่าง ๆ เมืองจึงดูสะอาดขึ้นเยอะ ซึ่ง LINE OA ก็มาช่วยตอบโจทย์ตรงที่ทุกคนสามารถเป็นหูเป็นตา แจ้งเรื่องไปยังเทศบาลฯ ให้มาเก็บขยะที่หลุดรอดไปได้ คือนอกจากสร้างมาตรฐานใหม่ยังสร้างแนวร่วมกับภาคประชาชนในการดูแลเมืองด้วย

อาจารย์เอก : โครงการสัตวแพทย์ออนไลน์ที่ได้รับรางวัลจาก depa เมื่อปี 2566 ก็เป็นอีกเรื่องที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่ผมไปสัมภาษณ์มาชอบมาก ๆ เรื่องนี้มาจาก ด้วยความที่นายกฯ แกวิ่งออกกําลังกายไปทั่วเมืองทุกเช้า แกก็ดูว่าประชาชนมีปัญหาอะไร เรื่องหนึ่งคือมีคนเลี้ยงหมาแมวเยอะ หมาและแมวจรก็เยอะด้วยเช่นกัน จึงนํามาสู่การทําระบบลงทะเบียนออนไลน์ให้หมาและแมว เพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีนต่าง ๆ ความน่าสนใจก็คือ ผมคิดว่าเทศบาลเมืองนครน่าจะเป็นไม่กี่เทศบาลที่สัตวแพทย์รู้จักหมา-แมวจรเกือบทุกตัวในเมือง มันสะท้อนความเอาใจใส่ และระบบการดูแลสัตว์ที่ทั่วถึง…

[The Insider] เทศบาลนครนครศรีธรรมราช สมพงษ์ ศรีกรด แอดมิน LINE OA @Nakhoncity กองสาธารณสุข เทศบาลนครนครศรีธรรมราช

ผมเป็นแอดมินของกองสาธารณสุขที่ทํางานหลังบ้านของแอปพลิเคชัน LINE OA @Nakhoncity หน้าที่หลักคือรับคําร้องจากประชาชนเกี่ยวกับงานด้านสาธารณสุข อาทิ เรื่องการเก็บขยะ ซากกิ่งไม้ ปัญหาสุนัขจรจัด ฉีดวัคซีนสัตว์เลี้ยง และอื่น ๆ ก่อนจะส่งเรื่องไปให้เจ้าหน้าที่จัดการแก้ไขให้ได้ภายใน 48ชั่วโมง ตามกรอบเวลาที่เทศบาลฯ วางไว้ในแต่ละวันจะมีคําร้องเกี่ยวกับกรอบงานผมเฉลี่ยราว 20 คําร้อง โดยทุกคําร้องที่ยื่นเข้ามาในไลน์ จะมีระบบคัดกรองอัตโนมัติอยู่แล้ว ว่าเรื่องนี้เป็นของกองสวัสดิการ กองสาธารณสุข กองช่าง และอื่น ๆซึ่งช่วยลดเวลาในการใช้เจ้าหน้าที่มาคัดและส่งเรื่องอีกที โดยเรื่องจะส่งหาแอดมินแต่ละแผนกโดยตรงเพื่อไปจัดการต่อผมมองว่ากระบวนการทํางานเช่นนี้ ทําให้ชาวบ้านเชื่อมั่นในเทศบาลฯ มากขึ้น เพราะแต่เดิม เวลาชาวบ้านจะร้องเรียนอะไร ถ้าตรงกับวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ปัญหาจะถูกกองไว้จนกว่าถึงเวลาราชการแต่สิ่งนี้ไม่เกิดขึ้นกับเทศบาลเมืองนคร”

[The Insider] เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ลัฆวี ปรีชัย นักวิชาการสิ่งแวดล้อม กองสาธารณสุข เทศบาลนครนครศรีธรรมราช

เราเป็นนักวิชาการสิ่งแวดล้อม ฝ่ายบริหารงานสาธารณสุข งานรักษาความสะอาด เทศบาลนครนครศรีธรรมราช หน้าที่หลักคือ งานสิ่งแวดล้อม งานรักษาความสะอาด ส่งเสริมการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง การดูแลความสะอาดพื้นที่สาธารณะ ทั้งการกวาดทําความสะอาด การฉีดล้างการเก็บขนขยะตลอดจนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในทีมมีนักวิชาการ 4 คน ช่วยกันดูแลพื้นที่งานกวาดขยะและเก็บขนขยะ ครอบคลุมพื้นที่ 67 ชุมชนโดยแต่ละเขตจะมีสารวัตรเขตและทีมพนักงานกวาด-เก็บขยะราว 13-14 คน คอยทํางานภาคสนามเรายังดูแลโครงการ เมืองนครปลอดถังขยะซึ่งเป็นนโยบายที่ตั้งใจปรับทัศนียภาพเมือง จากที่เคยมีถังขยะวางเรียงริมถนน พอใช้งานไปนาน ๆ ก็เริ่มดูไม่สะอาด ขยะล้น ถังชํารุด นํ้าซึม ส่งกลิ่น ผู้บริหารจึงออกนโยบายยกเลิกถัง แล้วเปลี่ยนมาให้ประชาชนทิ้งขยะตามจุดและเวลาแทนเราจัดระบบเก็บขยะให้ชัดเจน มีข้อมูลเช็กอินจุดทิ้งผ่านเว็บเทศบาล เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ว่าเขาสามารถทิ้งตรงไหน เวลาใดช่วงเริ่มต้นโครงการ ยอมรับว่าเหนื่อยค่ะเพราะหลายคนยังเคยชินกับการเดินไปทิ้งถังใกล้บ้าน การเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลา แต่เราก็ทําเป็นระบบ เริ่มจากเปิดรับฟังความคิดเห็นจากชาวบ้านว่าอยากวางจุดรวมขยะตรงไหน แล้วกําหนดเวลาเก็บให้ชัด ระหว่างทางก็สื่อสารผ่าน LINE OA @Nakhoncity ตลอดทุกวันเราทํางานเป็นทีม ไม่ใช่แค่ฝ่ายสาธารณสุข หลายปัญหาต้องประสานกับฝ่ายช่างหรือเทศกิจด้วยถ้ามีคําร้องเข้ามา เราต้องช่วยกันแก้ ช่วยกันถ่ายภาพส่งกลับเพื่อปิดงานให้เร็วที่สุด”

[The Insider] เทศบาลนครนครศรีธรรมราช มะลิวัลย์ พริกประสงค์ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ สํานักการประปา เทศบาลนครนครศรีธรรมราช

นครเป็นเมืองที่นํ้าท่าอุดมสมบูรณ์ค่ะ อาจจะสมบูรณ์ไปด้วยซํ้า (หัวเราะ) จริงอยู่ เราไม่ได้มีแม่นํ้า

ไหลผ่านตัวเมือง แต่ก็มีป่าต้นนํ้าที่หมู่บ้านคีรีวงทางทิศตะวันตกของเมือง ซึ่งไหลผ่านเข้าเมืองผ่านลํา

คลองสายต่าง ๆ

ความสมบูรณ์ของนํ้าท่านี้ เป็นทั้งข้อดีและความท้าทายของเมืองอย่างมีนัยสําคัญ ข้อดีก็คือ เรามีนํ้าใช้

ไม่ขาด เทศบาลนครนครศรีธรรมราชมีสํานักการประปาที่ดูแลการผลิตนํ้าประปาให้ผู้คนในเขตมา

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 โดยมีโรงผลิตนํ้าสองแห่ง คือโรงกรองนํ้าประตูชัย และโรงกรองนํ้าทวดทอง ซึ่ง

ปัจจุบันมีผู้ใช้งานในเขตกว่า 40,000 ราย ครอบคลุมทั้งในเขตเทศบาลฯ และนอกเขต เช่น บริเวณค่าย

วชิราวุธ และบางส่วนของตําบลปากพูน

เทศบาลฯ ขายนํ้าให้ประชาชนในราคาเพียง 2.50 บาท ต่อหนึ่งลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นราคาถูกกว่า

ต้นทุนการผลิตที่ 5 บาท ใช่ค่ะเราขาดทุน แต่คิดว่านี่เป็นการบริการประชาชนขั้นพื้นฐาน เป็นเทศ

พาณิชย์ที่ไม่ได้แสวงหากําไร

อย่างไรก็ดี ในทางกลับกัน ด้วยความสมบูรณ์ของนํ้าเช่นนี้ ก็อย่างที่ทราบว่าพื้นที่ในเขตเมืองเรามักเจอ

ปัญหานํ้าท่วมขังอยู่เสมอ เทศบาลฯ จึงให้ความสําคัญกับระบบรับมือกับนํ้าท่วมอย่างมาก ทั้งการติด

มาตรวัดนํ้าและกล้อง CCTV เพื่อคอยอัปเดตปริมาณนํ้าในลําคลอง โดยเชื่อมโยงกับ LINE OA ให้

ประชาชนได้รับทราบแบบเรียลไทม์”

[The Insider] เทศบาลนครนครศรีธรรมราช ภูวนาถ ทีฆะ หัวหน้างานเทคโนโลยีสารสนเทศ เทศบาลนครนครศรีธรรมราช

เทศบาลนครฯ ที่ผมทํางานอยู่ถือว่าลํ้าหน้ามากนะครับ ต้องเครดิตยกให้ ดร.โจ ที่มีแผนในการใช้เทคโนโลยีมายกระดับเมืองอย่างจริงจัง อย่าง LINE OA @Nakhoncity ก็เป็นวิสัยทัศน์ของท่าน โดยตัดตอนกระบวนการที่ทําให้ระบบมันล่าช้า ใช้เทคโนโลยีคัดกรองข้อร้องเรียน ส่งไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ทําให้นโยบายแก้ปัญหาภายใน 48 ชั่วโมงเกิดขึ้นได้จริงอีกเรื่องที่สําคัญคือ นายกฯ ท่านตระหนักในทรัพยากรบุคคลอย่างแท้จริง เช่น แผนกของผม ท่านเปิดให้ผมสามารถคัดเลือกคนทํางานไอทีเพื่อสร้างทีมด้วยตัวเอง ทีมงานในศูนย์ ICT ตอนนี้ผมมี 10 คนคอยรันระบบอัจฉริยะต่าง ๆ ในเมืองตั้งแต่ไลน์โอเอ กล้อง CCTV ระบบประปา ระบบในโรงพยาบาลของเทศบาล และอื่น ๆการมีอิสระเช่นนี้ ทําให้ระบบต่าง ๆ พัฒนาไปอย่างรวดเร็วมาก คนจากกรมหรือเทศบาลอื่น ๆ มาเยี่ยมก็ตกใจ ว่าทําไมจํานวนคนแค่นี้ ถึงทํางานได้เร็วนัก ซึ่งจริง ๆ มันไม่มีอะไรซับซ้อนเลย เราไม่มีเด็กฝากจากผู้ใหญ่ แต่เป็นทีมงานที่ทํางานที่รู้จริง และทํางานได้ทุกคน”